
ในกระบวนการเคลือบกระดาษนั้น ปัญหาเรื่องความเรียบของผิวหน้าเคลือบที่ไม่สม่ำเสมอ และการเชื่อมโยงโมเลกุลที่ไม่สมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่มันจะส่งผลให้เกิดของเสีย ต้องทำการผลิตใหม่ และทำให้เกิดการหยุดการผลิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับมือได้เลย สาเหตุมักไม่ได้เกิดจากเครื่องเคลือบหรือส่วนผสมของสารเคลือบ แต่เกิดจากความเสถียรของแสง UV ต่างหาก หลอด UV ที่ทำจากควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% จะให้แสงที่มีความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเคลือบกระดาษให้แห้งอย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือความสม่ำเสมอของแสง UV ในหลอด UV ที่มีไอปรอทที่มีความดันสูงนั้น แสงที่มีความยาวคลื่น 365 นาโนเมตร 405 นาโนเมตร และ 436 นาโนเมตร จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงโมเลกุลของสารเคลือบ ส่วนควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% จะช่วยลดการเกิดฟองอากาศ สิ่งปนเปื้อนที่เป็นโลหะ และการดูดซับแสงโดยกลุ่มไฮดรอกซิล ทำให้หลอดสามารถให้แสงที่มีความเข้มสูงได้เร็วขึ้น และคงความเข้มนั้นไว้ได้นานขึ้น คุณต้องการให้ค่าแสงมีความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ค่าที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ หากนำหลอด UV มาใช้ร่วมกับตัวสะท้อนแสงที่เหมาะสม ก็จะทำให้ค่าแสงที่ได้มีความสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่นกระดาษ
เหตุผลที่วิธีนี้ได้ผลดีในการเคลือบกระดาษก็เพราะว่าชั้นเคลือบมีความบาง และช่วงเวลาที่ใช้ในการทำให้เคลือบแห้งก็มีจำกัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแสงที่มีความเข้มสูง แต่ไม่ทำให้วัสดุเสียหาย หลอด UV จะช่วยให้เกิดแสงความยาวคลื่นสั้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเคลือบแห้ง และแสงความยาวคลื่นกลางเพื่อช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงโมเลกุลของสารเคลือบ ผลลัพธ์ก็คือ มีรูเล็กๆ น้อยๆ น้อยลง สามารถควบคุมความเรียบของผิวหน้าเคลือบได้ดีขึ้น และเวลาในการผลิตก็สั้นลง นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงาน เพราะระบบสามารถทำให้เคลือบแห้งได้ในครั้งแรก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอด UV อีกด้วย มีการใช้หลอด UV ในการผลิตมาแล้วมากกว่า 5,000 ชั่วโมง โดยยังคงค่าแสงไว้ในระดับที่ยอมรับได้
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการใช้หลอด UV คือ ต้องมีการปรับแต่งค่าบัลแสตร์ให้เหมาะสม และต้องมีการปรับตำแหน่งตัวสะท้อนแสงให้ถูกต้อง หากใช้ความยาวคลื่นหรือแรงดันไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม ค่าแสงก็จะเปลี่ยนแปลง และทำให้อายุการใช้งานของหลอดลดลง ควรใช้หลอด UV ร่วมกับตัวปิดหลอดและระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม และควรเลือกหลอดที่ไม่ก่อให้เกิดโอโซน หากพื้นที่มีจำกัด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าแสงที่วัดได้สอดคล้องกับความยาวคลื่นหลักของหลอด UV มิฉะนั้นคุณอาจได้ค่าแสงที่ต่ำเกินไป แม้ว่ากระบวนการจะเป็นไปตามที่ตั้งไว้ก็ตาม